Contact

Follow

02 114 7003 

77/129, 30th floor, Sinn Sathorn Tower, Thanon Krung Thon Buri, Khlong Ton Sai, Khlong San, Bangkok 10600 

©2017 by Coraline

Please reload

Recent Posts

ข้อดีของการใช้ Cloud Computing

December 31, 2019

 

 

Cloud computing คือ ระบบ Hardware หรือ Software ของบริษัทให้บริการ ที่เปิดให้ผู้ใช้งานเข้ามาใช้ระบบได้ ผ่าน Network ที่กำหนด (โดยทั่วไป Network นี้จะเป็น Internet) 

 

การมาของ Cloud ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในวงการ IT เพราะแต่ก่อน การลง Software ใดๆ จำเป็นต้องมีการลงทุนด้าน Hardware หรือ Infrastructure เสียก่อน เพื่อที่จะทำการลง Software ต่างๆ ในระบบได้ ส่งผลให้บริษัทขนาดเล็ก จะไม่สามารถลงทุนกับระบบ IT ขนาดใหญ่ได้มากนัก เพราะการลงทุนดังกล่าว มิใช่แค่การวางระบบเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงแผนก IT ผู้ทำหน้าที่ดูแลรักษาระบบอีกด้วย 

 

จากรายงานของ International Data Group พบว่า 69% ขององค์กรต่างๆ มีการใช้ Cloud เรียบร้อยแล้ว และอีก 18% กำลังวางแผนเพื่อใช้ Cloud ในอนาคต 

 

1.Cost Savings การใช้ Cloud จะสามารถเปิด/ปิด การใช้งานได้ ทำให้มีค่าใช้จ่ายแบบ Pay as you go หรือ จ่ายเท่าที่ใช้ เช่น ต้องการ Run Model เพียง 24 ชั่วโมง ก็เปิดแค่ 24 ชั่วโมงได้ ซึ่งหากเทียบกับ On-prem คือ ต้องซื้อระบบใน Spec ที่ต้องการ แม้จะใช้แค่ 24 ชั่วโมงก็ตาม 

 

2.Security จากการทดสอบด้านความปลอดภัยจากรายงานของ Gartner พบว่า Cloud มีความปลอดภัยกว่าระบบ Data Center แบบ On-prem ถึง 60% เนื่องจากมีเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยที่ Update ตลอดเวลา รายงานจาก RapidScale กล่าวว่า ผู้ใช้งาน Cloud กว่า 94% ประเมินการใช้ Cloud ว่าสามารถเพิ่มประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยในระบบข้อมูลได้มากกว่าระบบแบบ On-Prem (ระบบเดิม) เหตุผลที่ระบบ Cloud จำเป็นต้องมีความปลอดภัยที่แน่นหนา ก็เพราะผู้ให้บริการ Cloud จะต้องจัดการด้านความเสี่ยงองค์กรของตัวเอง เพื่อให้ผู้ใช้บริการมีความเชื่อมั่น ซึ่ง Cloud คือผลิตภัณฑ์หลัก ทำให้การพัฒนาความปลอดภัยในการใช้ Cloud เป็น Focus หลักของบริษัท Cloud 

 

3.Flexibility การเลือกใช้ทรัพยากรบน Cloud มีความหลากหลาย และยืดหยุ่น ขึ้นอยู่กับการออกแบบโดยผู้พัฒนา เช่น จะใช้ Spec ความจุเท่าไหร่ ก็เลือกได้ เปิด/ปิด และขยายได้ตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม ข้อเสียของทรัพยากรที่หลากหลาย คือ ผู้พัฒนาจะต้อง Update เทคโนโลยีอยู่เสมอ เพื่อให้ระบบที่ออกแบบนั้น ใช้ทรัพยากรที่เหมาะสมที่สุด

 

4.Mobility การเข้าถึง Cloud มีความสะดวกอย่างมาก เพียงแค่มี Internet ซึ่งผู้ให้บริการ Cloud จะมี Service Level Agreement ให้ระบบสามารถเข้าถึงได้ตลอด และมีการกระจาย Node ของระบบในประเทศต่างๆ เพื่อกระจายความเสี่ยง 

 

5.Insight ระบบ Monitor อัตโนมัติของ Cloud ทำให้ง่ายต้องการวิเคราะห์การเข้าถึงระบบเชิงลึกได้ 

 

 

6.Increased Collaboration ระบบ Cloud ทำให้รูปแบบการทำงานของหน่วยงาน IT เปลี่ยนแปลงไป จากเดิมที่แต่ละคนจะมีหน้าที่เฉพาะด้าน แต่เมื่อไปใช้ Cloud กลายเป็นว่าคนที่เข้าถึง Cloud ได้ ควรจะต้องมีความรู้ในเชิงกว้างของระบบ เพื่อสามารถมองหาทรัพยากรบน Cloud ที่ตอบโจทย์ได้ อีกทั้งการใช้ Cloud มีค่าใช้จ่ายแบบจ่ายเท่าที่ใช้ โดยการเปิด/ปิด ระบบ แต่หากเปิดระบบแล้วไม่ได้ใช้ ก็จะต้องเสียค่าใช้จ่ายด้วยเช่นกัน การจะใช้ Cloud จึงต้องมีการวางแผนที่ดี จึงก่อให้เกิดการทำงานแบบร่วมมือ และสื่อสารกันให้ชัด ก่อนที่จะดำเนินการใดๆ 

 

7.Quality Control ในหน้าจอ Monitor ของระบบ Cloud จะมี List ของการใช้งาน และระบบต่างๆ ที่อยู่ใน Cloud ทำให้การควบคุมคุณภาพของระบบ IT รวมศูนย์อยู่ที่เดียว ก่อให้เกิดการควบคุมคุณภาพได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น 

 

8.Disaster Recovery การ Recovery บน Cloud ทำได้ง่าย และสดอวกอย่างมาก โดยสามารถเลือกให้ Auto-Backup หรือ Manual Recovery ก็ได้ และหากมีเหตุการณ์ระบบล้ม หรือเกิดข้อผิดพลาดจากระบบ Cloud ทางผู้ให้บริการจะมีการประกันความเสี่ยง และสามารถ Recover ระบบให้ทันที ภายในระยะเวลาตามข้อกำหนด 

 

9.Automatic Software Updates ระบบต่างๆ Update อยู่ตลอดเวลา บน Cloud และยังมีเครื่องมือต่างๆ ให้เลือกใช้ได้อย่างสะดวก ไม่ว่าจะเป็น Server, Database, Machine Learning และ Application ที่พร้อมใช้ 

 

10.Sustainability เมื่อข้อมูลทั้งหมดถูกจัดเก็บ และเชื่อมโยงกันอย่างมีประสิทธิภาพ ก็จะทำให้องค์กรสามารถใช้ทรัพยากรด้าน IT ได้เต็มที่ อีกทั้งระบบ Cloud ไม่มีวันหมดอายุ (ตราบใดก็ตามที่ชำระค่าบริการ) ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องระบบล้ม หรืออุปกรณ์พัง ดังนั้นระบบ IT บน Cloud จึงมีความยั่งยืนที่มากกว่าระบบแบบ On-Prem 

 

ในปี 2020 นี้ นโยบาย Cloud First กำลังจะเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ระบบ Cloud นั้นพร้อมแล้ว แต่สิ่งที่ยังไม่พร้อม คือ Cloud Engineer ขององค์กร เพราะระบบ Cloud จะมีวิธีการออกแบบ การใช้งาน การ Monitor และการบำรุงรักษาที่แตกต่างจากระบบ On-prem ซึ่งที่ผ่านมาก็มีข่าวเกี่ยวกับการขึ้นระบบ Cloud ที่ผิดพลาดมาบ้าง ซึ่งนั่นเป็นข้อบกพร่องของบุคลากร มิใช่ข้อบกพร่องของระบบ Cloud ดังนั้น การศึกษา Service บน Cloud จึงเป็นสิ่งจำเป็น และสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากข้อมูล หรือ Application ขององค์กร มีขนาดใหญ่ และมีความ Sensitive อย่างมาก 

 

Cloud มีหลายยี่ห้อ จะเลือกยี่ห้อไหน ต้องเริ่มจากรู้ว่า จะเลือกอะไรก่อน เช่น จะใช้เป็น Virtual Machine หรือใช้เป็น Data Lake เป็นต้น เพราะการเปรียบเทียบจะเกิดได้ ต้องเลือกที่ Service ในการให้บริการ และเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียกันเป็นข้อๆ ซึ่งราคาจะเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญด้วยเช่นกัน 

 

สนใจบริการ Cloud Migration หรือหากกำลังมองหาผู้ออกแบบระบบบน Cloud

ติดต่อ Coraline ได้นะคะ เราเป็นผู้ออกแบบระบบบน Cloud และมีประสบการณ์การสร้าง Big Data Project บน Cloud ทั้งแบบ Hybrid (On-prem + Cloud) และ Cloud only ค่ะ 

 

ติดต่อเราได้ที่ 

Email: info@coraline.co.th 

Tel: 02-114-7003

FB Page: @coralineltd

 

 

#BigData


#DataScience


#Optimization


#ProductivityImprovement


#DigitalTransformation

 

#Coraline ให้คำปรึกษาการทำ Big Data Project และ Digital Transformation เพื่อเพิ่มศักยภาพของธุรกิจ

 

 

 

Share on Facebook
Share on Twitter
Please reload

Please reload