Contact

Follow

  • medium-logo-black-transparent
  • Black Twitter Icon

66 95-460-8830

©2017 by Coraline

Please reload

Recent Posts

ทำไมบริษัทยุคใหม่ ถึงเติบโตได้อย่างรวดเร็ว?

April 1, 2018

 

 

 

จากการรับงาน Big Data Consulting ให้หลายองค์กร Coraline พบว่าองค์กรยิ่งเล็ก ยิ่งทำโปรเจคได้จริง เร็ว และผิดพลาดน้อยกว่า เพราะอะไร?

 

หากจะกล่าวอย่างรวบรัดก็คือ องค์กรเล็กนั้นมีขั้นตอนในการตัดสินใจน้อยกว่า ตัวอย่างเช่น Project Ownerคือ เจ้าของบริษัทเองเลย ดังนั้นเขารู้ทุกด้านของธุรกิจของเขา

และเขาสามารถผลักดันให้เกิดโปรเจคได้รวดเร็ว ต่างกับองค์กร Corporate หรือองค์กรใหญ่ (เก่าแก่) ตรงที่ Project Owner ไม่มีอำนาจเด็ดขาด ยังต้องไปของบจากฝ่ายโน้นฝ่ายนี้ ต้องรอข้อมูลจากฝ่ายอื่นๆ และยังไม่มีอำนาจในการสั่งงานข้ามฝ่ายอีกด้วย

 

ดังนั้นเราจึงเห็นรายชื่อ The 100 largest companies in the world by market value in 2017 เป็นบริษัทใหม่ๆ มากกว่าบริษัทที่มีอายุมานานแสนนาน ตัวอย่างเช่น Facebook (2004), Alibaba (1999), Alphabet (2015) เป็นต้น

 

แล้วถามว่า เจ้าของบริษัทเหล่านั้น เขามีความเชี่ยวชาญด้าน Technology

ขนาดไหน?

 

คุณเชื่อหรือไม่ว่า Mark Zuckerberg เจ้าของ Facebook.comในสมัยเรียน เขามีวิชาเอกเป็นวิชา "จิตวิทยา" และที่เราทราบกันดี คือ เขา Drop เรียนปริญญาตรี เพื่อออกมาทำ Facebook

 

ทำให้เราเห็นได้ชัดเลยว่า สิ่งที่ทำให้ Facebook.com เติบใหญ่ได้ทุกวันนี้เป็นเรื่องมุมมองการทำธุรกิจที่กว้างไกลของ Mark และความชัดเจนในการทำงานของบริษัท

 

ลักษณะการทำงานของบริษัทยุคใหม่ คือ การใช้หลัก Agile มาใช้ โดยยึดหลัก Fast and Flexible ซึ่งทุกอย่างที่ทำต้องต่อยอดต่อได้ หมายถึงว่า ไม่ว่าเทคโนโลยีจะเปลี่ยนไปเป็นอย่างไร องค์กรจะต้องปรับตัวให้ทันเหตุผลที่ต้องเป็นแบบนี้ เพราะในปัจจุบัน Technology ต่างๆ มี Life Cycle ต่ำ

 

ทำให้การลงทุนกับทั้ง Infrastructure และ Software ต่างๆต้องมีการคิดทบทวนอย่างหนักกว่าเดิม

 

ทั้งนี้ บริษัท Tech ใหม่ๆ มักจะมองถึง Product เพื่อแก้ปัญหาของผู้ใช้งาน หรือที่เรียกกันว่า Customer Centric มากกว่าที่จะสร้าง Product ที่ให้ผู้ใช้งานมาใช้เอง หรือ Product Centric เพราะนอกจากการแข่งขันกับคู่แข่งในตลาดแล้ว Technology ต่างๆ นี้จะต้องดึงดูดใจผู้ใช้งานมากพอที่เขาจะยอมบริโภคอีกด้วย

 

จึงเป็นที่มาว่า บริษัท Tech ยุคใหม่ มักจะเขียนโปรแกรมเอง และมองหา Algorithm เจ๋งๆ อยู่ตลอดเวลา ซึ่งด้วยข้อมูลที่เกิดขึ้นแบบ Real-Time นั้น ทำให้การสร้าง Model ต้องเป็นไปอย่าง Dynamic และรอไม่ได้ การมีโครงสร้างการตัดสินใจแบบทันทีทันใด จึงเป็นหัวใจที่สำคัญที่สุดในองค์กรยุคปัจจุบัน

 

เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงทำให้เห็นภาพได้ว่า เหตุผลที่บริษัท หรือองค์กรใหญ่หลายที่ ไม่สามารถปรับตัวกับ Technology Disruption ได้ ดังนี้

 

1. Top Management ไม่มีเวลามาลงรายละเอียด หรือ Update Technology ใหม่ๆทำให้เสียโอกาสในเชิงธุรกิจ ซึ่งเรื่องนี้คงไม่ใช่ความผิดของ Top Management ซะทีเดียว เพราะด้วยโครงสร้างองค์กรที่ทำให้ผู้บริหารสูงสุดมีงานต้องทำ

ต้องตัดสินใจมากมาย กลายเป็นว่า มีเวลาในการลง Detail ต่างๆ น้อยลงทำให้หน้าที่สำคัญนี้ ตกเป็นของ “ที่ปรึกษา” เพราะที่ปรึกษาที่เก่งจะต้องสามารถหาข้อสรุปต่างๆ ได้ครบ และต้องอยู่จนถึงขั้นตอนของการ Implementไม่ใช่แค่มาทำการวิจัย ส่งเอกสาร ทำ Slide แล้วจากไป รวมไปถึงเสนอ Return of Investment ให้ชัดเจนได้

 

2. การตั้งงบปีต่อปี เป็นอุปสรรค์ต่อการลงทุนด้าน Technology เนื่องจากมันไม่สามารถ Wait and See ได้อีกแล่ว เพราะช้าเกิน คือ โดน Disrupt ทันดี ดังนั้น นโยบาย Observe ปีนี้ เพื่อตั้งงบปีหน้า จึงไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป

 

อย่างที่เราทราบกันว่า ข้อมูลต่างๆ ที่กองเอาไว้ไม่ได้นำไปใช้ประโยชน์ต่อไปก็คือขยะ และเช่นเดียวกัน Model ที่ถูกออกแบบไว้ และไม่ได้นำไปImplement สุดท้ายก็ Out of date ไปโดยเปล่าประโยชน์ กว่าจะถึงเวลาจริงที่จะ Implement ทั้ง Technology เอง และ Model เอง ก็ต้องทำใหม่ หาใหม่ ตั้งงบใหม่ วนไปเป็นวัฏจักรที่ไม่รู้จักจบสิ้น

 

3. การแบ่งพวก แบ่งงาน แบ่งหน้าที่กันทำ ทำให้โยนงานกันจนไม่รู้จะเริ่มตรงไหน ตามหลักของ Agile จะใช้คนน้อยที่สุด แต่ต้องมีการ Communicate ให้ได้มากที่สุดเพราะต้องการแก้ปัญหาให้ได้โดยเร็ว เนื่องจากเวลา เป็น Limit ที่สำคัญที่สุดรอไม่ได้ แต่องค์กรใหญ่ มักจะมีรูปแบบต่างๆ ที่ทำให้ต้อง “รอ” โดยเฉพาะต้องรอให้เบื้องบนสั่ง ให้เบื้องบนตัดสินใจ

 

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าองค์กรใหญ่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองไม่ได้ จากข่าวที่ TMB

มีการเปลี่ยนแปลงระบบโครงสร้างทรัพยากรมนุษย์ เป็นตัวอย่างชัดเจนที่ทำให้เห็นภาพว่า “ทุกอย่าง เปลี่ยนแปลงได้” อาจจะใช้เวลาในการเริ่มต้นหน่อยแต่ระยะยาวมันให้ประโยชน์คืนมาได้อย่างมหาศาล กลับกัน หากเราไม่เริ่มเปลี่ยนแปลงตั้งแต่วันนี้ แม้องค์กรจะยิ่งใหญ่เท่าใดก็ตาม ก็คงมีโอกาสถูก Disrupt จากทั้ง Technology ใหม่ๆ หรือ บริษัทใหม่ๆ ได้สักวัน

 

Progress is impossible without change,
and those who cannot change

their minds cannot change anything.

 

ความก้าวหน้าจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากไม่มีการเปลี่ยนแปลง

และคนที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง Mindset ก็จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้เลย

 

Cr. George Bernard Shaw

 

#BigData

#DataScience

#Optimization

#ProductivityImprovement

 

#Coraline ให้คำปรึกษาการทำ Big Data Project และ Digital Transformation

เพื่อเพิ่มศักยภาพของธุรกิจ

Share on Facebook
Share on Twitter
Please reload

Please reload