วิเคราะห์ข่าว ตามสไตล์ Coraline : How big data is driving a change in soccer



"How big data is driving a change in soccer" โดย Bigdataanalyticsnews


จากบทความต้นทาง มีการนำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงในวงการฟุตบอลเกี่ยวกับการใช้ Big Data กับข้อมูลสภาพร่างกายผ่านการเก็บข้อมูลจาก Wearable Technology เพื่อเก็บข้อมูลของนักฟุตบอลตั้งแต่การซ้อมตลอดจนการแข่งขัน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สามารถช่วยให้แพทย์ประจำสโมสรรู้ว่านักเตะของพวกเขามีความฟิตเท่าไหร่และมีสภาพร่างกายเป็นอย่างไร ซึ่งไม่เพียงแค่เทียบกับข้อมูลของตัวเองเท่านั้น ยังสามารถนำไปเทียบกับค่าเฉลี่ยที่ได้ข้อมูลจากการเก็บข้อมูลของนักฟุตบอลทุกคนในสโมสรอีกด้วย


นอกจากอุปกรณ์สวมใส่แล้วยังมีการติดตั้งกล้องเพื่อใช้ในการเก็บข้อมูลวิธีการเล่นของนักเตะแต่ละคนวิ่งไปเท่าไหร่ มีการสปริ้นท์กี่ครั้ง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะถูกเก็บเพื่อให้นักวิเคราะห์ข้อมูลสามารถวิเคราะห์และแสดงภาพให้เห็นว่าสิ่งต่างๆเกิดขึ้นที่ไหนอย่างไร ซึ่งสามารถนำมาแสดงผลในรูปแบบของ heat map เพื่อดูว่ามีกิจกรรมต่างๆเกิดขึ้นบริเวณใดบ้างในสนาม ซึ่งได้ผลลัพธ์ที่สามารถสะท้อนวิธีการเล่นของแต่ละทีม ท้ายที่สุดแล้วโค้ชจะสามารถตัดสินใจทั้งในการเลือกผู้เล่นที่ดี ที่เหมาะสมที่สุด และระบบที่เหมาะสมที่สุดได้ และการเก็บข้อมูลเช่นนี้เอง ทำให้เราสามารถเข้าถึงข้อมูลการเคลื่อนที่ของนักฟุตบอลเมื่อไม่มีบอลว่าพวกเขาเหล่านั้นทำอย่างไร เช่นไม่ได้อยู่ในพื้นที่ที่ควรอยู่หรือสามารถหาช่องและไปอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมได้ แต่การจ่ายบอลไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ทำให้พลาดโอกาสไป


อีกทั้งยังมีการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการสัมผัสบอลของผู้เล่นแต่ละคนด้วยรายละเอียดต่างๆ ทั้งพื้นที่ในสนามใช้เท้าข้างไหนส่ง เข้าปะทะ หรือการโหม่งบอลเป็นอย่างไร หรือแม้กระทั่งลูกบอลอยู่ตรงไหน เคลื่อนที่ไปทางไหน นอกจากนี้สถิติเหล่านี้ยังถูกนำมาใช้ในร้านพนันถูกกฎหมายเพื่อนำมาใช้ในการออกอัตราต่อรองอีกด้วย นักฟุตบอลจะถูกจับตาไปตลอดและผลลัพธ์จะออกมาเป็นสถิติต่างๆ เช่นการทำประตู ส่งให้เพื่อนทำประตูหรือสำหรับผู้เล่นป้องกัน ทั้งกองหลังและผู้รักษาประตูก็จะดูเรื่องการไม่เสียประตู


สิ่งที่เปลี่ยนแปลงจากการใช้ข้อมูลในวงการฟุตบอลนั้นคือการผสมผสานระหว่างข้อมูลและความคิดเห็นส่วนบุคคลของโค้ช ซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในวงการฟุตบอลที่เริ่มมีการนำข้อมูลมาช่วยในการตัดสินใจ เช่นกองกลางผู้สร้างสรรค์เกมมีหน้าที่เปิดเกมรับและสร้างโอกาสในการทำประตูโดยมีการเก็บข้อมูลเชิงลึกทำให้รู้ว่าอะไรที่เป็นสาเหตุในการพลาดโอกาสในการทำประตูเหล่านั้น เช่นการส่งบอลไปยังเท้าที่ไม่ถนัดของศูนย์หน้าทำให้พลาดโอกาสทองไป หรือการเปรียบเทียบระหว่างนักฟุตบอลที่มีสถิติในการจ่ายบอกแตกต่างกัน แต่เราพบว่าคนที่มีอัตราการจ่ายบอลสำเร็จสูงกว่า ล้วนมากจากการส่งผลระยะใกล้ให้เพื่อนร่วมทีมหรือส่งกลับหลังไม่ได้เป็นการสร้างสรรค์หรือเพิ่มโอกาสในการทำประตูเลย


นอกจากนี้นอกจากจะวิเคราะห์ข้อมูลภายในทีมแล้ว ยังใช้ประโยชน์จากข้อมูลของทีมอื่นอีกด้วยเพื่อใช้ในการวางแผนเพื่อโจมตีจุดอ่านของทีมคู่แข่ง เช่นบางทีมมีผู้เล่นที่มีสถิติการส่งบอลเพื่อให้เพื่อนทำประตูสูงหากเราเป็นทีมรับ อาจตัดสินใจในการเข้ากดดันผู้เล่นเหล่านั้นเร็วขึ้นหรือผู้เล่นบางคนจะตัดบอลเข้าเท้าขวาเสมอก่อนการทำประตู เพื่อให้นักเตะเหล่านั้นเกิดข้อผิดพลาดเป็นการป้องกันที่ดีที่สุด


นอกจากนี้การใช้ข้อมูลเหล่านี้ยังมีส่วนช่วยตัดสินใจในตลาดซื้อขายนักเตะเปลี่ยนแปลงการซื้อขายแบบเดิมไปเลย เพราะการใช้ข้อมูลในการตัดสินใจส่งผลต่อรูปแบบการเล่นและส่งผลต่อการหานักเตะที่เหมาะสมกับระบบทีมเข้ามามากกว่าการซื้อนักเตะชื่อดัง แล้วไปรอลุ้นผลงานกันเหมือนแต่ก่อน ซึ่งช่วยให้ประหยัดเงินและเวลาในการซื้อตัวนักฟุตบอลหรือกรณีที่จะเสียนักฟุตบอลคนสำคัญไปแล้วอาจไม่สามารถหาคนทดแทนได้ ข้อมูลสามารถช่วยในการพิจารณาจากการมีส่วนร่วมต่อเกมจากนักเตะคนสำคัญแล้วหาคนที่สามารถทำงานได้คล้ายๆกันเพื่อมาทดแทนก็เป็นได้


สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากบทความนี้คือ วงการฟุตบอลมีหลายสโมสรที่นำข้อมูลมาใช้และมีผลงานดียิ่งขึ้นซึ่งไม่เพียงแต่แค่วงการฟุตบอลในวงการอื่นๆก็เริ่มมีการนำข้อมูลมาใช้เช่นเดียวกัน เราจะเห็นได้ว่าแม้แต่กีฬาที่เป็นสิ่งที่อาศัยโครงสร้างทางกายภาพของร่างกายเป็นหลัก ทั้งความเร็ว และพละกำลัง ยังสามารถใช้ Big Data เพื่อช่วยในการตัดสินใจได้ และทำให้สิ่งที่เคยปฏิบัติในวงการฟุตบอลเปลี่ยนแปลงไปตลอดการ ใมันคงจะดีอย่างยิ่งถ้าในภาคธุรกิจ สังคมจะสามารถนำข้อมูลขนาดใหญ่มาใช้เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในองค์กร และในสังคม เพื่อให้เรามีการตัดสินใจที่ถูกต้องหรือเป็นส่วนประกอบของความคิดเห็นส่วนบุคคลให้มีการตัดสินใจที่ดียิ่งขึ้นไป


Big Data สามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงได้จริงและเปลี่ยนแปลงอย่างยิ่งใหญ่ในรอบหลายสิบปีได้เช่นเดียวกัน


References : Bigdataanalyticsnews